Smile Makeover

ทันตกรรมเพื่อความสวยงาม

การสร้างรอยยิ้มที่สวยงาม (Smile Makeover) กำลังเป็นที่นิยมและยอมรับในปัจจุบัน โดยการผสมผสานประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และทันตกรรมเพื่อความสวยงาม คือ การรักษาทางทันตกรรมรูปแบบใหม่ ที่นอกจากจะเน้นในเรื่องของการรักษาด้านสุขภาพและการใช้งานของฟัน ยังเน้นถึงการพัฒนารูปร่าง สี การเรียงตัวของฟัน และรอยยิ้ม ของผู้รับการบริการ

ประเภทของทันตกรรมเพื่อความสวยงาม

ทันตกรรมเพื่อความสวยงาม สามารถแบ่งออกเป็น 3 รายการ ได้แก่

  1. ฟอกสีฟัน
  2. วีเนียร์
  3. ครอบฟัน
ฟอกสีฟัน

Teeth Whitening

ฟอกสีฟัน Teeth Whitening เป็นกระบวนการเพิ่มความขาวของฟันด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟัน ไม่ว่าจะทำที่คลินิกโดยทันตแพทย์ หรือแบบทำเองที่บ้าน ในการเปลี่ยนสีฟันที่เหลือง ไม่สดใส ให้กลับมามีรอยยิ้มฟันขาว สดใส มั่นใจยิ่งกว่าเดิม

ประเภทของการฟอกสีฟัน

การฟอกสีฟัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • การฟอกสีฟันที่ทำโดยทันตแพทย์ในคลินิก (ฟอกสีฟันด้วยเทคโนโลยี LED Cool Light)
  • การฟอกสีฟันแบบนำอุปกรณ์และน้ำยาฟอกสีฟันไปทำเองที่บ้าน (Home Bleaching)

ฟอกสีฟันด้วยเทคโนโลยี LED Cool Light

การฟอกสีฟันด้วยแสงเย็น Cool light เป็นการใช้แสง LED ฉายลงบนฟันที่ทาน้ำยาฟอกสีฟันเรียบร้อยแล้ว แสงจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของน้ำยาฟอกสีฟัน ให้เม็ดสีหนาทึบของฟันแตกตัว ทำให้ฟันดูขาวกระจ่างขึ้น

ราคาทันตกรรมฟอกสีฟันด้วยเทคโนโลยี LED Cool Light  : 6 แสนวอน  / 3 รอบ

ระยะเวลาการทำฟอกสีฟัน : 1 ชั่วโมง

ขั้นตอนการทำฟอกสีฟัน Cool Light  

  1. ทันตแพทย์จะตรวจวินิจฉัย และทำการเทียบเฉดสี ของฟันคนไข้ก่อนฟอกสีฟัน
  2. คนไข้บางท่าน อาจต้องขูดหินปูนก่อนฟอกสีฟัน เพื่อที่น้ำยาจะออกฤทธิ์ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่สำหรับบางท่าน
    ที่ขูดหินมาก่อนแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องขูดหินปูน เพราะฟันสะอาดดีแล้ว
  3. ใส่อุปกรณ์สำหรับกั้นแก้ม ลิ้น ริมฝีปาก รวมถึงทาเจลที่เหงือก เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำยาฟอกสีฟัน ไปโดนเนื้อเยื่อภายใน
    ให้คนไข้สวมแว่นตากันแสง ที่ใช้กระตุ้นน้ำยาฟอกสีฟัน เพื่อป้องกันสายตาของคนไข้
  4. ใช้เครื่องมือเป่าบริเวณฟันให้แห้ง แล้วทำการป้ายน้ำยาฟอกสีฟันลงบนฟัน
  5. การฉายแสง Cool Light ลงบนฟัน แสงของ Cool Light จะช่วยกระตุ้นให้น้ำยาฟอกสีฟัน
    สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  6. ทิ้งระยะเพื่อให้น้ำยาสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ปกติการฟอกสีฟันแต่ละครั้งจะมีการเปลี่ยนน้ำยา ฟอกสีฟัน
    และฉายแสง 2–3 รอบ รอบละประมาณ 15 นาที
  7. เมื่อเสร็จแล้ว ทันตแพทย์จะดูดน้ำยา และความสะอาดบริเวณช่องปาก จากนั้นทันตแพทย์
    จะเทียบเฉดสีฟันของคนไข้ให้ดู ซึ่งจะเห็นได้ทันทีว่า ฟันขาวขึ้นกว่าตอนก่อนฟอกสีอย่างน้อย 2 ระดับ

ข้อดีของการฟอกสีฟัน Cool Light

  • ไม่ทำลายเคลือบฟัน ไม่กัดกร่อนเนื้อฟัน และโครงสร้างของฟันตามธรรมชาติ
  • รวดเร็วและสามารถเห็นผลลัพธ์ทันทีหลังเข้ารับบริการ โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง
  • แสงของ Cool Light ที่ช่วยให้การทำงานสำเร็จภายในเวลาที่น้อยลงและยังลดปัญหาการเสียวฟันหลังการทำ
  • มีความสะดวกสบาย เนื่องจากไม่ต้องใส่ถาดฟอกสีฟันตอนนอน
  • มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากทำโดยทันตแพทย์ในคลินิกทันตกรรม

ข้อเสียของการฟอกสีฟัน Cool Light

  • ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการฟอกสีฟันเองที่บ้าน
  • อาจเกิดอาการเสียวฟันขณะฟอกสีฟันและหลังฟอกสีฟันประมาณ 1-2 ชั่วโมงจากนั้นอาการเสียวฟันจะค่อยๆหายไป
  • สีฟันที่ขาวขึ้นจะคงอยู่เพียง 6-12 เดือน หากต้องการให้ผลลัพธ์อยู่นานขึ้น อาจต้องทำควบคู่กับการฟอกสีฟันเองที่บ้าน

ข้อปฏิบัติหลังการฟอกสีฟัน Cool Light

  1. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดคราบสีบนฟันเช่น การดื่มชา กาแฟ ไวน์แดง รวมถึงการงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  2. การดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธีจะสามารถช่วยรักษาความขาวให้อยู่ได้นานมากขึ้น
  3. หากมีอาการเสียวฟัน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนหรือเย็นจัด
  4. เลี่ยงการอาหารที่มีกรดสูงเกินไป เช่น อาหารรสจัด หรือผลไม้รสเปรี้ยว
  5. รับประทานยาแก้ปวด เช่น Ponstan สามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  6. การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูงสามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้

ฟอกสีฟันด้วยตนเองที่บ้าน Home Bleaching

ฟอกสีฟันด้วยตนเองที่บ้าน (Home Bleaching) เป็นการฟอกสีฟันที่สามารถนำกลับไปทำได้เองที่บ้าน แต่จะต้องมาพบทันตแพทย์ก่อนในครั้งแรกครับเพื่อพิมพ์ปาก ทำถาดฟอกสีฟันฟอกสีฟันเฉพาะบุคคล รับน้ำยาฟอกสีฟันและคำแนะนำในการใช้ ข้อดีคือสะดวกสบาย ราคาถูกว่า แต่ใช้ระเวลานานและต้องมีวินัยหมั่นทำบ่อย ๆ จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดี

ราคาทันตกรรมฟอกสีฟันด้วยตนเองที่บ้าน (Home Bleaching)  : 2 แสนวอน  / ชุด

ระยะเวลาการทำฟอกสีฟัน: 5-8 ชั่วโมง

ขั้นตอนการทำฟอกสีฟันด้วยตนเองที่บ้าน

  • ทันตแพทย์จะทำการตรวจสภาพฟัน และทำการพิมพ์ปากเพื่อทำถาดฟอกสีฟัน
  • ส่งให้ช่างทันตกรรมประดิษฐ์จะทำถาดฟอกสีฟันสำหรับคนไข้
  • เมื่อถาดฟอกสีฟันเสร็จแล้ว ทันตแพทย์จะทำการใส่ถาดฟอกสีฟันและทำการปรับแต่งให้มีความพอดีกับช่องปากและฟันของคนไข้
  • ทันตแพทย์จะทำการสอนวิธีการใช้ชุดฟอกสีฟันและวิธีการดูแลรักษาความสะอาด
  • คนไข้สามารถฟอกสีฟันเองได้ที่บ้านโดยการแต้มน้ำยาฟอกสีฟันบนถาดฟอกสีฟัน
    และสวมใส่ครั้งละประมาณ 5 – 8 ชั่วโมง

ข้อดีของการทำฟอกสีฟันด้วยตนเองที่บ้าน

  • สีฟันอาจอยู่ได้นานถึง 3 ปี เพราะได้ทำการฟอกสีฟันอย่างต่อเนื่อง
  • ค่าใช้จ่ายถูกกว่า ด้วยความเข้มข้นของสารฟอกสีที่น้อยกว่า และไม่ต้องเสียค่าบริการจากทันตแพทย์เท่ากับการทำที่คลินิก
  • เพิ่มความขาวมากขึ้น ในกรณีของคนที่ฟอกสีฟันมาแล้วในระดับหนึ่งจากคลินิก หากได้สีที่ยังไม่ถูกใจ สามารถปรึกษาทันตแพทย์เพื่อฟอกสีฟันอัปความขาวต่อที่บ้านได้

ข้อเสียของการทำฟอกสีฟันด้วยตนเองที่บ้าน

  • ต้องทำต่อเนื่องกันนาน 3-4 สัปดาห์ เพราะสารฟอกสีฟันมีความเข้มข้นน้อยกว่าที่คลินิกทันตกรรมมาก
  • ยุ่งยากมากกว่าทันตแพทย์ทำให้ที่คลินิก เพราะต้องทำเองทุกขั้นตอน
  • หากใช้ไม่ถูกวิธี หรือใช้ของที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเหงือกได้

ข้อปฏิบัติหลังการฟอกสีฟันด้วยตนเองที่บ้าน

  • หากมีอาการเสียวฟัน ควรลดเวลาในการใส่ถาดฟอกสีฟันลง หรือ ทิ้งช่วงห่างระหว่าง การฟอกสีฟันแต่ละครั้งให้มากขึ้น (เช่น หากปกติใส่ถาดฟอกสีฟันครั้งละ 6 ชั่วโมง ก็ควรลดลงให้เหลือเพียง 5 ชั่วโมง หรือในบางกรณีที่ทำทุกวัน ก็ให้ทำวันเว้นวัน เป็นต้น)
  • การรับประทานยาแก้ปวด เช่น Ponstan จะช่วยลดอาการเสียวฟันได้
  • การใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์สูงจะสามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้
วีเนียร์

Veneer

วีเนียร์ Veneer เป็นการติดแผ่นเซรามิกที่มีความบาง และใสบริเวณผิวด้านหน้าของฟันเพื่อแก้ไขปัญหาความผิดปกติของฟัน เช่น แก้ไขปัญหาฟันสีเทาที่เกิดจากสารเตตร้าไซคลีน ฟันที่ถูกทำลายเช่นฟันที่ผุด้านหน้า ฟันกร่อน ฟันสึก หรือแตกหัก เป็นต้น ให้มีสีและขนาดที่สวยงาม รวมทั้งเพิ่มความแข็งแรงและทนทานให้แก่ผิวฟันอีกด้วย ทั้งนี้คราบสีต่างๆ เช่น คราบอาหาร คราบบุหรี่ ชา และกาแฟ จะไม่สามารถติดบนวัสดุเซรามิกที่ใช้ในการเคลือบผิวฟันได้

ราคาทันตกรรมวีเนียร์เซรามิก zirconia  : 9 แสนวอน 

ระยะเวลาการทำฟอกสีฟัน: 1 ชั่วโมง

ขั้นตอนการทำวีเนียร์

ขั้นตอนแรก ปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทาง ออกแบบรอยยิ้ม ในแบบที่คุณต้องการ

  • ถ่ายรูป ออกแบบรอยยิ้ม เลือกสี ขนาด และรูปร่างของวีเนียร์
  • การพิมพ์ปาก (Wax up model) เพื่อจำลองแบบฟันหลังทำวีเนียร์ให้คนไข้ดู ว่าอยากปรับเปลี่ยนตรงไหนหรือไม่ ยังใช้ตัวพิมพ์นี้ทำวีเนียร์ชั่วคราว
  • ทำวีเนียร์ชั่วคราวให้คนไข้ ช่วงระหว่างรองานตัวจริงจากแลปทันตกรรม

ขั้นตอนที่ 2  พิมพ์ปากทำวีเนียร์

  • ทันตแพทย์จะฉีดยาชาบริเวณฟันซี่ที่จะกรอเพื่อเตรียมพิมพ์วีเนียร์
  • กรอแต่งบริเวณผิวฟันเพียงเล็กน้อย
  • พิมพ์ปากทำวีเนียร์ พร้อมเลือกสี และแบบฟันร่วมกับคนไข้
  • ทันตแพทย์จะติดวีเนียร์แบบชั่วคราวให้คนไข้ สำหรับใช้งานระหว่างการรอ

ขั้นตอนที่ 3  การใส่วีเนียร์ตัวจริง

  • การรื้อวีเนียร์แบบชั่วคราวออก
  • การติดยึดวีเนียร์แบบถาวรบนผิวฟัน
  • ทันตแพทย์ตรวจเช็ค และการปรับแต่งให้มีความเหมาะสม สวยงามที่สุด
  • หลังจากใส่งานตัวจริงเรียบร้อย ทันตแพทย์จะนัดมาติดตามการใช้งานอีก 1-2 สัปดาห์

ข้อปฏิบัติหลังการทำวีเนียร์

  • ควรทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเป็นการเริ่มวินัยที่ดีในการดูแลสุขภาพปากและฟันซึ่งเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง
  • ควรทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ครั้ง
  • ควรให้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งบริเวณที่ได้รับการบูรณะตกแต่งฟัน
  • ควรหลีกเลี่ยงการดื่มหรือรับประทานอาหารที่ร้อน เย็นหรือมีความเป็นกรดสูง เช่นน้ำมะนาวเป็นต้น
  • ควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน
  • หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งภายใน 24 ชั่วโมงหลังการติดยึดวัสดุวีเนียร์
  • อาการเสียวฟันอาจเกิดขึ้นได้ในคนไข้บางท่าน โดยอาการดังกล่าวจะสามารถหายได้เองภายในเวลาไม่นาน ซึ่งถ้าเกิดอาการเสียวฟันคนไข้สามารถรับประทานยาแก้ปวดก็จะสามารถบรรเทาอาการปวดได้ระดับหนึ่ง