Prosthodontics

ทันตกรรมประดิษฐ์

ทันตกรรมประดิษฐ์ คือ ศาสตร์ทางทันตกรรม ที่มีจุดประสงค์เพื่อบูรณะฟันที่สูญเสียไป
และแก้ไขปัญหาฟันที่เปราะบาง หรือแตกหัก โดยการสร้างวัสดุคล้ายฟัน เพื่อขึ้นมาทดแทน การใช้งานบดเคี้ยว
หรือความสวยงาม ซึ่งจะประกอบไปด้วย รากฟันเทียม ครอบฟัน สะพานฟัน ฟันปลอม
การอุดฟันด้วยวัสดุเรซินสีเหมือนฟัน หรือวัสดุอะมัลกัม โดยประโยชน์ของการรักษา แต่ละแบบก็มีจุดประสงค์
และหน้าที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้จุดประสงค์หลักของทันตกรรมประดิษฐ์ คือการทำให้คนไข้สามารถใช้ฟัน
ได้อย่างสะดวก และเป็นธรรมชาติที่สุด เท่าที่สามารถทำได้

รากฟันเทียม

Implant

รากฟันเทียม คือ การทดแทนฟันที่สูญเสียไปจากการถูกถอนจากสาเหตุต่างๆ ซึ่งรากฟันเทียมนี้จะยึดกับโครงสร้างของกรรไกรเพื่อยึดติดกับตัวครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมอย่างดี

สามารถรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียมแบบหนึ่งซี่ หลายซี่ หรือรากฟันเทียมแบบทั้งช่องปาก ขั้นตอนการทำรากฟันเทียมมีหลายรูปแบบ ดังเช่นการฝังรากฟันเทียมในกรณีที่ถอนฟันนานแล้วหรือการฝังรากฟันเทียมทันทีหลังจากถอนฟัน หรือการฝังรากฟันเทียมแล้วใส่ครอบฟันทันที ทั้งที่ขึ้นอยู่กับการประเมินของทันตแพทย์เฉพาะทาง

ราคาทันตกรรมรากฟันเทียม Implant  : 1.2 ล้านวอน – 1.5 ล้านวอน 

ระยะเวลาการทำรากฟันเทียม : ประมาณ 3-6 เดือน

ส่วนประกอบของรากฟันเทียม

โดยทั่วไปแล้วส่วนประกอบของรากฟันเทียมจะประกอบด้วย  3 ส่วน

  • รากฟันเทียม (Fixture) มีลักษณะคล้ายสกรูหรือน๊อต เป็นส่วนที่ฝังไปในกระดูกขากรรไกร ทำจากไทเทียม
    หรือเซอร์โคเนียม เมื่อมีการยึดติดสมบูรณ์แล้ว จะมีความแข็งแรงมาก ทำหน้าที่เป็นหลักยึดให้กับส่วนอื่น
  • เดือย (Abutment) แกน หรือ เดือย ที่ทำจากไทเทเนียม หรือ เซอร์โคเนียม จะยึดติดกับ fixture ด้วยสกรู มีหน้าที่ในการยึดติดระหว่างครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอม กับรากฟันเทียม
  • ครอบฟัน (Crown) ส่วนของครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอมที่ยึดกับ Abutment ทำจากเซรามิค (Porcelain) หรือ Acrylic ทำหน้าที่เป็นที่รับแรงบดเคี้ยว

ขั้นตอนทันตกรรมรากฟันเทียม

กระบวนการทำรากฟันเทียมนั้นมี 2 ขั้นตอน ได้แก่

ขั้นตอนแรก : การผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ใช้เวลาประมาณ 30- 60 นาที

ขั้นตอนที่สอง : ครอบฟัน สะพานฟัน หรือ ฟันปลอมบนรากฟันเทียม ใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์

ระยะเวลาการรักษาระหว่างขั้นตอนแรกและขั้นตอนที่สองจะใช้เวลาประมาณ 2 – 6 เดือนหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการยึดติดของรากเทียมกับกระดูก ขึ้นอยู่กับสภาพของกระดูกขากรรไกรและประเภทรากเทียมที่ใช้

ข้อดีของการทำรากฟันเทียม

  • ไม่สูญเสียเนื้อฟันซี่ข้างเคียงเหมือนการทำสะพานฟันช่วยรักษากระดูกบริเวณที่สูญเสียฟันไม่ให้สลายไป
  • การใช้งานเสมือนฟันธรรมชาติมากกว่าฟันปลอมชนิดอื่นๆ เพิ่มความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • เป็นการรักษาที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเจ็บปวด แผลมีขนาดเล็ก ใช้ระยะเวลาในการรักษาไม่นานเพียง 30-60 นาที/ซี่
  • สามารถใช้งานบดเคี้ยวได้ดี ไม่มีปัญหากับการออกเสียง เมื่อเทียบกับฟันเทียมชนิดอื่นๆ
  • มีอายุการใช้งานยาวนาน คงทน และถาวร
  • เมื่อร่วมกับฟันเทียมแบบถอดได้ ไม่มีปัญหาฟันปลอมขยับระหว่างพูดคุย หรือรับประทานอาหาร

ข้อเสียของการทำรากฟันเทียม

  • ราคาสูงกว่าฟันปลอมประเภทอื่น
  • คนไข้ที่มีโรคประจำตัวบางโรค เช่น โรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ คนไข้ที่ต้องได้รับการฉายรังสี บริเวณใบหน้าและขากรรไกร ผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบรุนแรง เป็นต้น
  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัดมีผลต่อความสำเร็จในการรักษา
  • ไม่ควรทำในเด็กที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี เนื่องจากกระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่

ข้อปฏิบัติหลังการฝังรากเทียม

  1. กัดผ้าก๊อซให้แน่นประมาณ 1 ชั่วโมง หากมีเลือดไหลอีก ให้กัดผ้าที่สะอาดอีกครั้งนานประมาณ 1 ชั่วโมง
  2. ห้ามอมน้ำแข็ง ให้ใช้น้ำแข็งห่อประคบด้านนอกบริเวณแผลผ่าตัด
  3. งดบ้วนน้ำหรือน้ำยาบ้วนปากใดๆในวันแรกของการผ่าตัดและปักรากเทียมเพราะอาจทำให้เลือดที่ปิดปากแผลหลุดซึ่งจะทำให้เลือดไหลออกมาอีก
  4. สามารถแปรงฟันทำความสะอาดช่องปากได้ตามปกติ แต่ให้แปรงอย่างระมัดระวัง อย่าให้กระทบกระเทือนแผลผ่าตัด
  5. สามารถใช้น้ำเกลือ หรือ น้ำยาบ้วนปากที่มีการสั่งจ่ายโดยทันตแพทย์ บ้วนทำความสะอาดได้เบาๆ ในวันที่สองหลังการผ่าตัดปักรากเทียมเสร็จ
  6. ถ้ามีอาการปวด ให้รับประทานยาแก้ปวดครั้งละ 1-2 เม็ด และรับประทานยาตามที่ทันตแพทย์สั่งจ่ายมา
  7. ห้ามนำนิ้วมือ ไม้จิ้มฟัน หรือของแข็งใดๆ แคะเขี่ยบริเวณแผล และห้ามดูดแผลเล่น
  8. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หรือรับประทานอาหารรสเผ็ดจัดหรือร้อนจัดให้เลือกรับประทานอาหารอ่อนๆ เช่น ข้าวต้ม ซุป
  9. ถ้ามีอาการบวมหรือผิดปกติ ควรกลับไปพบทันตแพทย์4. สามารถรักษาความสะอาดด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้อย่างปกติ
  10. หมั่นดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้สะอาดอยู่เสมอ
การปลูกถ่ายกระดูก

Bone Graft

การปลูกถ่ายกระดูก เป็นการเติมกระดูก เพื่อให้สันเหงือกมีขนาดและรูปร่างที่เหมาะสม กับการรองรับฟันปลอม
และรากเทียม ซึ่งในปัจจุบันการปลูกถ่ายกระดูก สามารถทำควบคู่ไปกับการปลูกรากฟันเทียมได้เลย
เนื่องจากมักพบว่า คนไข้มีกระดูกรองรับไม่เพียงพอต่อการฝังรากเทียม ส่วนกระดูกที่นำมาใช้งานนั้น
ทันตแพทย์อาจใช้กระดูกของคนไข้เอง หรือใช้กระดูกสังเคราะห์ ขึ้นอยู่กับความเพียงพอ และความเหมาะสม
กับลักษณะของงาน ที่ทำประกอบกัน ซึ่งวิธีนี้ มีข้อดี คือคนไข้ไม่ต้องเสียเวลา ในการมาพบทันตแพทย์บ่อยครั้ง

และทันตแพทย์ จะเป็นผู้พิจาณา ตามแต่ละบุคคลไป ว่าจะใช้เทคนิคและกระดูกประเภทใดในการรักษา
เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่คนไข้

ราคาปลูกถ่ายกระดูก Bone Graft : 4 แสนวอน /ซี่

ระยะเวลาการทำการปลูกกระดูก : ประมาณ 1 ชั่วโมง

สะพานฟัน

Bridge

สะพานฟัน Bridge เป็นการทำฟันปลอมชนิดติดแน่นอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อทดแทนฟันที่สูญเสียไป โดยหลักการของสะพานฟันก็คือ อาศัยฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียงเป็นหลักในการยึดติด ไม่สามารถถอดเข้าออกด้วยตัวเองได้ รูปร่างของสะพานฟันก็เหมือนฟันธรรมชาติ ไม่มีตะขอ ไม่มีแผ่นเหงือกปลอม การทำสะพานฟันจะทำในกรณีที่ฟันถูกถอนไป แต่ยังเหลือฟันธรรมชาติซี่ข้างเคียงที่แข็งแรงสามารถเป็นหลักยึดสะพานฟันได้

ราคาทันตกรรมสะพานฟัน Bridge  : 5-9 แสนวอน / ซี่

ระยะเวลาการทำสะพานฟัน : ประมาณ 1- 2 สัปดาห์

ส่วนประกอบของสะพานฟัน  ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่

  • ครอบฟัน (Crowns) ใช้สำหรับยึดสะพานฟันให้อยู่กับที่ ส่วนนี้จะต้องกรอฟันซี่ที่ยังแข็งแรงข้างฟันซี่ที่หลุดออกไป ให้สามารถสวมครอบฟันได้ไว้สำหรับเป็นหลักยึด อาจมี 1-2 ชิ้นก็ได้
  • ฟันลอย (Pontics) ฟันปลอมที่ยึดติดกับครอบฟัน แต่ไม่ได้ยึดติดกับเหงือกของฟันที่หลุดไปโดยตรง (จึงเรียกว่าฟันลอย) ฟันลอยนี้ทำหน้าที่เป็นฟันที่ช่วยบดเคี้ยวอาหาร เติมเต็มร่องฟันที่หายไป

เมื่อรวมทั้ง 2 ส่วนเข้าด้วยกันจะเป็นฟันปลอมที่ติดกัน 2-3 ซี่ ดูคล้ายสะพานจึงเรียกว่าสะพานฟันนั่นเอง

ประเภทของวัสดุที่ใช้ในการทำสะพานฟัน

ประเภทของวัสดุที่ใช้ทำสะพานฟัน  แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก

  1. PFM dental bridge สะพานฟันที่ประกอบด้วยครอบฟันแบบเซรามิกและโลหะ
  2. All ceramic bridge สะพานฟันที่ประกอบด้วยครอบฟันแบบเซรามิกล้วน
  3. PFM Gold bridge สะพานฟันที่ประกอบด้วยครอบฟันแบบทองและโลหะ

ขั้นตอนการทำสะพานฟัน

ขั้นตอนแรก การวางแผนการรักษา และการพิมพ์ฟัน

  • วางแผนการรักษา รวมถึงการเลือกสีและวัสดุของสะพานฟันให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ร่วมกันคนไข้
  • ทันตแพทย์การฉีดยาชา และกรอฟันซี่ที่จะใช้ยึดเพื่อเป็นฐานของสะพานฟัน
  • ยึดติดสะพานฟันแบบชั่วคราวให้คนไข้สำหรับใช้งานระหว่างการรอสะพานฟันตัวจริง ประมาณ 7 วัน

ขั้นตอนที่สอง การใส่สะพานฟันตัวจริง

  • เมื่อได้สะพานฟันตัวจริงจาก LAB ทันตกรรมเสร็จแล้ว ทันตแพทย์จะรื้อสะพานฟันแบบชั่วคราวออก
  • จากนั้นใส่สะพานฟันแบบถาวรบนฟัน การตรวจเช็คและการปรับแต่งสะพานฟันให้มีความเหมาะสมที่สุดซึ่งสะพานฟันตัวจริงนี้จะมีความแข็งแรง และสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ
  • ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำด้านการดูแลทำความสะอาดเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน และจะนัดมาตรวจเซ็คหลังจากใช้งานไปแล้ว 7-14 วัน ซึ่งหากมีปัญหาการใช้งานจะได้แก้ไขให้คนไข้ได้

ข้อดีของการทำสะพานฟัน

  • ช่วยให้สามารถมีรอยยิ้ม หัวเราะ พูดคุย ได้เหมือนฟันธรรมชาติ
  • ช่วยให้สามารถมีการบดเคี้ยวและการออกเสียงที่ดีได้ดังเดิม
  • ช่วยรักษารูปหน้าให้เป็นไปตามปกติ
  • ใช้ทดแทนฟันที่สูญเสียไป และยังช่วยป้องกันฟันล้มที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
  • ช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการรับแรงบดเคี้ยวที่มากเกินไปของฟันซี่ข้างเคียง
  • ช่วยให้หลีกเลี่ยงปัญหาการล้มของฟันซี่ข้างเคียงมายังช่องว่าง
  • ช่วยรักษาตำแหน่งและการทำงานของฟันให้เป็นไปตามธรรมชาติ
  • ช่วยรักษาการสบฟันให้เป็นไปตามปกติ

ข้อเสียของการทำสะพานฟัน

  • ต้องกรอเนื้อฟันออกมากในกรณีที่ฟันข้างเคียงเป็นฟันที่แข็งแรง การทำสะพานฟันจำเป็นต้องกรอเนื้อฟันข้างเคียงออกทั้ง 2 ซี่ ยิ่งในกรณีที่ฟันทั้ง 2 ซี่ มีแนวการเรียงตัวไม่เหมือนกัน บางรายอาจจะต้องรักษารากฟันร่วมด้วย
  • หลังจากใส่สะพานฟันแล้ว เหงือกยังต้องใช้เวลาอีก 1-2 สัปดาห์ในการฟื้นตัวเป็นปกติ แต่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
  • ราคาสูงกว่าฟันปลอมแบบถอดได้
  • การทำความสะอาดยากขึ้น ต้องอาศัยเครื่องมือบางอย่างและการดูแลรักษาความสะอาดที่ดี

ข้อปฏิบัติหลังการทำสะพานฟัน

  1. หลังจากทำสะพานฟัน ควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง ภายใน 24 ชั่วโมง หลังการยึดติดสะพานฟัน
    ควรรับประทานอาหารอ่อน จนกว่าจะชินกับสะพานฟัน คนไข้บางท่านอาจจะพบกับปัญหาการเสียวฟัน
    ซึ่งสามารถหายได้เองภายในเวลาไม่นาน
  2. หลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อน หรือเย็นเกินไป หรือมีความเป็นกรด การใช้ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์
    ตลอดจนการรับประทานยาแก้ปวด สามารถช่วยป้องกัน หรือบรรเทาอาการเสียวฟันได้
  3. การใส่ฟันปลอม แบบสะพานฟันจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ฟันปลอมแบบถอดได้ทั่วไป และที่สำคัญ
    ต้องทำความสะอาดให้ดี เพราะด้วยความที่มันติดแน่นอยู่ในปากของเรา จึงทำความสะอาดได้ยาก
    กว่าฟันปลอมแบบถอดได้เราจึงต้องดูแล ทำความสะอาด ช่องปากของเราเป็นอย่างดี
  4. ระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง (เช่น น้ำแข็ง กระดูก) บริเวณสะพานฟัน
  5. ทำความสะอาด ด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง
  6. พบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน
  7. ดูแลรักษาและป้องกันฟันผุ และโรคเหงือก ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการสูญเสียฟัน
ฟันปลอม

Dentures

ฟันปลอม Dentures หรือที่เรียกว่าฟันเทียมนั้นถูกประดิษฐ์ขึ้นมาทดแทนฟัน ธรรมชาติที่สูญเสียไป อีกทั้งยังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเติมเต็มและป้องกันการล้มหรือเอียงของฟันซี่ อื่น ๆ ที่อยู่บริเวณข้างเคียง และนอกจากนี้ฟันปลอมยังสามารถช่วยในเรื่องของการสบของฟัน ได้อีกด้วย

ประเภทของฟันปลอม Dentures

ประเภทของฟันปลอม จะแบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่

  1. ฟันปลอมแบบถอดได้ เป็นฟันปลอมที่ต้องอาศัยการใช้ตะขอเพื่อช่วยยึดเกาะฟันปลอม กับฐานฟันปลอม สามารถถอดออกมาทำความสะอาดนอกช่องปากได้ มี ทั้งแบบพลาสติกยืดหยุ่นได้และแบบโลหะที่เป็นฟันปลอมถาวร ฟันปลอมชนิดนี้เหมาะ สำหรับคนที่สูญเสียฟันบางส่วนหรือไม่มีฟันเหลืออยู่เลย อีกทั้งยังเหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการ ความยุ่งยากในการทำความสะอาด อยากประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะฟันปลอมแบบถอดได้จะมี ราคาที่ถูกกว่าฟันปลอมแบบติดแน่น

ราคาทันตกรรมฟันปลอม Dentures : 5-9 แสนวอน  / ซี่

ระยะเวลาการทำฟันปลอม: 1 สัปดาห์

ข้อดีของฟันปลอมแบบถอดได้

  • สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย
  • มีราคาไม่แพงเทียบกับฟันปลอมแบบติดแน่น
  • ใช้เวลาในการทำเร็วและไม่ซับซ้อน

ข้อเสียของฟันปลอมแบบถอดได้

  • อาจเกิดความรำคาญในการสวมใส่ เนื่องจากสามารถหลุดได้
  • ไม่ค่อยมีความสวยงาม เพราะต้องใช้ตะขอเกี่ยว
  • ประสิทธิภาพในการเคี้ยวอาหารต่ำกว่าฟันปลอมชนิดอื่น
  • อาจมีเศษอาหารติดใต้ฟันปลอมได้
  • ยางที่เกี่ยวกับตะขออาจทรุดตามกาลเวลา ซึ่งจะก่อให้เกิดความหงุดหงิดเวลาเคี้ยวอาหาร
  1. ฟันปลอมแบบติดแน่น ฟันปลอมแบบติดแน่นเป็นฟันปลอมที่ต้องอาศัยการยึดฟันธรรมชาติโดยการกรอฟันให้ เล็กลง เพื่อจะต้องทำการครอบฟันให้ติดกับตัวฟันปลอม ฟันปลอมแบบติดแน่นเป็นฟันปลอมที่สร้างขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมฟันที่สูญเสียไปไม่มาก หรือ เพียงซี่ใดซี่หนึ่งที่เรียกว่าการครอบฟัน ซึ่งฟันปลอมชนิดนี้จะมีด้วยกันอยู่ 2 แบบ
  • สะพานฟัน Bridge
  • รากฟันเทียม Implant

ข้อดีของฟันปลอมแบบติดแน่น

  • มีความสวยงาม ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ
  • แข็งแรง ทนทาน ไม่เปราะหักง่าย
  • มีประสิทธิภาพในการเคี้ยวอาหารได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ
  • ไม่ก่อให้เกิดความหงุดหงิดและรำคาญขณะเคี้ยวอาหาร

ข้อเสียของฟันปลอมแบบติดแน่น

  • มีราคาที่ค่อนข้างแพง
  • อาจเกิดฟันผุใต้ที่ครอบฟันได้ ถ้าทำความสะอาดไม่ดี