Orthodontics

ทันตกรรมจัดฟัน

ทันตกรรมจัดฟัน เป็นทันตกรรมสาขาหนึ่ง ซึ่งให้ความสำคัญกับการเรียงตัวของฟัน
เนื่องจากฟันที่เรียงอย่างไม่เป็นระเบียบนั้นสามารถส่งผลกระทบต่อรูปหน้า ประสิทธิภาพและวิธีการบดเคี้ยว
และความสะดวกในการดูแลรักษาความสะอาดฟัน ซึ่งปัญหาต่าง ๆ ที่ควรเข้ารับการจัดฟันมีดังนี้

  • ฟันเก (Over Crowding)
  • ภาวะสบลึก (Deep overbite)
  • ภาวะสบเปิดหรือการสบฟันหน้าไม่สนิท (Open bite)
  • ขากรรไกรบนยื่น (Overjet)
  • ขากรรไกรล่างยื่น (Under-bite)
  • การสบฟันแบบไขว้ (Cross-bite Occlusion)
  • ช่องว่างระหว่างฟัน
ประเภทของการจัดฟัน

การจัดฟันสามารถจำแนกออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

ข้อดีของการจัดฟัน
  • เพื่อความสวยงามและเพื่อบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ฟันดูสวยงาม ยิ้มสวยมากขึ้น เพื่อให้ฟันทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีการสบฟันที่ดีขึ้น และเคี้ยวอาหารได้ดีกว่าเดิม
  • เพื่อสุขภาพที่ดีของช่องปากและฟัน เพราะหากมีปัญหาฟันซ้อนเก ฟันยื่น ฯลฯ จะทำให้การทำความสะอาดฟันเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง และมักเกิดปัญหาฟันผุตามมา เมื่อจัดฟันให้เข้าที่เข้าทางแล้ว การทำความสะอาดก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุและเหงือกอักเสบได้
  • ช่วยลดการมีกลิ่นปาก เนื่องจากการแปรงฟันไม่สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ฟันเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ
  • ช่วยแก้ไขความไม่สมมาตรของโครงหน้า อาจเข้ารูปและดูดีมากขึ้น ปากไม่อูม ปิดปากได้สนิทเพราะฟันไม่ยื่นเหยิน
  • ช่วยปรับนิสัยการรับประทานอาหารทางอ้อม ไม่กัดของแข็ง ไม่กัดเล็บ
  • ช่วยให้มีการออกเสียงพูดได้ถูกต้องและชัดเจนมากขึ้น เช่น คนไข้ที่มีปัญหาเรื่องฟันห่างหรือฟันมีลักษณะการสบฟันหน้าแบบสบเปิด (Open bite)
ข้อเสียของการจัดฟัน
  • การจัดฟันส่วนใหญ่มักมีค่าใช้จ่ายสูง
  • ในบางรายต้องถอนฟัน (สมบูรณ์) ออกไปหลายซี่
  • ตึงฟัน เจ็บฟันในช่วงแรกๆของการปรับเครื่องมือ
  • ใช้เวลานานกว่าฟันจะเริ่มเข้าที่อย่างน้อยประมาณ 2 ปี
  • ในขณะติดเครื่องมือจัดฟันจะทำความสะอาดฟันได้ยาก และเสี่ยงต่อฟันผุได้ถ้าไม่ดูแลอาหารอาจติดเหล็กจัดฟันได้บ่อย
  • พูดไม่ชัดบ้างในระยะแรกหลังการจัดฟัน
  • บางรายอาจรู้สึกว่าฟันอ่อนแอมาก เคี้ยวอะไรแข็ง ๆ ไม่ได้
  • ต้องใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟันไปนานหลายปีหรือตลอดไปเพื่อคงสภาพการเรียงตัวของฟัน
  • ต้องไปพบทันตแพทย์เป็นประจำ
ข้อเสียของการจัดฟัน
  • การจัดฟันส่วนใหญ่มักมีค่าใช้จ่ายสูง
  • ในบางรายต้องถอนฟัน (สมบูรณ์) ออกไปหลายซี่
  • ตึงฟัน เจ็บฟันในช่วงแรกๆของการปรับเครื่องมือ
  • ใช้เวลานานกว่าฟันจะเริ่มเข้าที่อย่างน้อยประมาณ 2 ปี
  • ในขณะติดเครื่องมือจัดฟันจะทำความสะอาดฟันได้ยาก และเสี่ยงต่อฟันผุได้ถ้าไม่ดูแลอาหารอาจติดเหล็กจัดฟันได้บ่อย
  • พูดไม่ชัดบ้างในระยะแรกหลังการจัดฟัน
  • บางรายอาจรู้สึกว่าฟันอ่อนแอมาก เคี้ยวอะไรแข็ง ๆ ไม่ได้
  • ต้องใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟันไปนานหลายปีหรือตลอดไปเพื่อคงสภาพการเรียงตัวของฟัน
  • ต้องไปพบทันตแพทย์เป็นประจำ
ขั้นตอนทันตกรรมจัดฟัน
  1. นัดหมายปรึกษาทันตแพทย์จัดฟัน

ในครั้งแรก ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการซักประวัติ ตรวจนอกช่องปาก ได้แก่ วิเคราะห์รูปหน้า, วิเคราะห์การยิ้ม และตรวจการสบฟันอย่างละเอียด เพื่อวินิจฉัยปัญหา และวางแผนการรักษา ผู้เข้ารับการรักษาจะได้ทราบแผนการรักษาเบื้องต้น สามารถที่จะตัดสินใจเลือกแผนการรักษาและชนิดของเครื่องมือจัดฟันได้ โดยทันตแพทย์จัดฟันที่ปรึกษาจะเป็นทันตแพทย์ประจำตัว ที่จะทำการรักษาไปจนเสร็จสิ้นการรักษา ทีมทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟันคลินิกทันตกรรมสไมล์ลอฟท์

  1. กรอกประวัติก่อนการรักษา

กรณีถ้าตกลงจัดฟัน ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการพิมพ์ปากเพื่อทำแบบจำลองฟันก่อนการรักษา บันทึกถ่ายภาพใบหน้าและภายในช่องปาก วิเคราะห์ วินิจฉัยวางแผนการรักษา และ ทำเอกสารเฉพาะในเบื้องต้น รวมทั้งเอกซเรย์ถ่ายภาพรังสีทั้งปาก (Panoramic film) และ CT Scan ภาพรังสีใบหน้าด้านข้าง (Lateral cephalometric film)

  1. วินิจฉัยและตรวจสอบช่องปาก

เป็นขั้นตอนในการวินิจฉัยปัญหาสภาพฟันด้วยการตรวจสอบช่องปาก ได้แก่ การอุดฟัน, การขูดหินปูน, การผ่าฟันคุด, การรักษารากฟัน, การถอนฟันเพื่อการจัดฟัน เป็นต้น

  1. ติดเครื่องมือจัดฟัน

เมื่อตรวจสอบช่องปากและแจ้งผลการวินิจฉัยแล้วทันตแพทย์จะติดเครื่องมือจัดฟัน โดยทั่วไปทันตแพทย์จะติดเครื่องมือจัดฟันที่ขากรรไกรบนก่อนเพื่อให้ค่อยๆปรับตัว ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที หลังจากนั้นจึงจะนัดมาติดเครื่องมือจัดฟันล่างอีกครั้งใน 2-4 สัปดาห์ (อาจแตกต่างกันไปในแต่ละเคส ขึ้นอยู่กับแผนการรักษา)

  1. ปรับเครื่องมือจัดฟันรายเดือน

ทันตแพทย์จัดฟันจะนัดปรับเครื่องมือจัดฟันทุกเดือน จนเสร็จสิ้นการรักษา ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่คนไข้จะต้องมีวินัยและมาตามนัดของทันตแพทย์จัดฟันอย่างเคร่งครัดทุกครั้ง โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 12 – 24 เดือน (แต่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละเคสขึ้นกับความยากง่าย) กรณีที่คนไข้ไม่มาตามนัด จะทำให้ระยะเวลาในการรักษายาวนานออกไปและไม่เป็นไปตามแผนการรักษา

  1. พิมพ์ฟันทำรีเทนเนอร์หลังจัดฟัน

เมื่อทำการจัดฟันเสร็จแล้ว ทันตแพทย์จัดฟันจะทำการพิมพ์ปากเพื่อทำ เครื่องมือคงสภาพฟัน หรือ รีเทนเนอร์ (Retainers) และถอดเครื่องมือจัดฟัน, ขัดกาวและขัดฟัน ทั้งนี้คนไข้จะต้องทำการใส่รีเทนเนอร์อย่างมีวินัยตามที่ทันตแพทย์จัดฟันแนะนำ โดยทั่วไปจะต้องใส่ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นระยะเวลา 1 ปีแรก หลังจากนั้นจึงค่อยๆลดเวลาการใส่ลงจนเหลือแต่ตอนกลางคืน

  1. ขั้นตอนการเคลียร์ช่องปากระหว่างจัดฟัน

ระหว่างจัดฟันทันตแพทย์จะทำการตรวจดูแลสภาพช่องปากให้ทุกเดือนที่เข้ารับการรักษา เพื่อคงสภาพฟันให้อยู่ในสภาพที่ดีตลอดการจัดฟันและหลังการจัดฟัน ได้แก่ การอุดฟัน, การขูดหินปูน, การถอนฟัน, การรักษาราฟัน เป็นต้น

  1. นัดตรวจเช็ครีเทนเนอร์และตรวจสุขภาพฟันประจำปี

โดยทั่วไปหลังถอดเครื่องมือจัดฟันแล้ว ทันตแพทย์จัดฟันจะนัดเพื่อตรวจติดตามผลการรักษาและเช็ครีเทนเนอร์ ในช่วงระยะเวลาหลังการรักษา 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี พร้อมกับการตรวจสุขภาพช่องปากประจำปี

ข้อควรปฏิบัติหลังการจัดฟัน
  1. หลีกเลี่ยงการกัดของแข็งเนื่องจากจะทำให้เครื่องมือที่ทันตแพทย์ติดให้หลุดได้และทำให้ประสิทธิภาพของการจัดฟันลดลง
  2. ทำความสะอาดฟันและเหงือก ขณะที่มีเครื่องมือจัดฟันอยู่ในช่องปาก หลังทานอาหารก็มักจะมีเศษอาหารติดตามซอกเหล็กจัดฟัน วิธีแก้ง่ายๆ ก็คือให้แปรงฟันทุกครั้งหลัง และใช้แปรงซอกฟันทำความสะอาดระหว่างซี่ นอกจากนี้ยังต้องใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อย วันละ 1 ครั้งก่อนนอน โดยร้อยไหมเข้าไปใต้ลวดก่อนแล้วค่อยใช้ผ่านซอกฟัน
  3. ถ้าเครื่องมือระคายเคืองทำให้เกิดแผลที่แก้ม ให้ใช้ขี้ผึ้งจัดฟัน(wax) จากทันตแพทย์ปิดที่เครื่องมือ ณ จุดที่ทำให้เป็นแผล โดยเช็ดบริเวณที่จะติดขี้ผึ้งจัดฟัน(wax) ให้แห้งก่อน แล้วปั้นขี้ผึ้งจัดฟัน(wax) เป็นก้อน ไปติดบริเวณเหล็กที่ระคายเคือง ก่อนทานอาหาร ให้แกะขี้ผึ้งจัดฟัน(wax)ออกก่อน แต่ถ้าเผลอกลืนลงไปก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะไม่มีอันตราย
  4. เข้ารับการรักษาตามเวลาที่ทันตแพทย์นัดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากงานจัดฟันเป็นงานที่ละเอียดอ่อน เพื่อให้ฟันเคลื่อนไปสู่ตำแหน่งที่แม่นยำ การไม่มาตามนัดหรือขาดการติดต่อกับทันตแพทย์เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดผลเสียได้ ดังนั้นควรเข้ามาพบทันตแพทย์ อย่างสม่ำเสมอ
  5. เข้ารับการตรวจสภาพฟัน เช่น ฟันผุ ขูดหินปูน ทุกๆ 6 เดือน เนื่องจากระหว่างจัดฟัน หากทำความสะอาดไม่ดีฟันจะมีปัญหาได้ง่ายกว่าตอนที่ไม่จัดฟัน
  6. กรณีที่เครื่องมือหลุดหรือเคลื่อนตำแหน่ง ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อทำนัดหมายและเข้ารับการรักษาทันที